สวัสดี สวัสดี
ได้เวลาเลิกอู้เสียทีเนอะ สำหรับบล๊อกนี้ กลับมาครั้งนี้ก็แน่นอนว่าต้องมานำเสนอเพลงอยู่แล้วล่ะ
เพลงในครั้งนี้ก็ยังคงเป็นเพลงจากอนิเมเรื่อง Umineko เหมือนเดิมนะครับ (หวังว่าคงจะยังไม่เบื่อกันไปซะก่อน ฮ่าๆ)
คนที่ยังไม่ได้ติดตามตั้งแต่ EP5 เป็นต้นไปอาจจะไม่รู้จักกับตัวละครตัวนี้นะครับ เพราะเธอคนนี้เริ่มออกโรงครั้งแรกก็ตอน EP5 นี่ล่ะ ส่วนจะเป็นใคร มาในบทบาทไหน อยู่ฝั่งใคร ก็ขอให้ไปติดตามชมกันเอาเองเน้อ  -.-
เพลงนี้อาจจะมีคำแปลที่ผิดแปลกไปบ้าง เนื่องจากผมหาได้เฉพาะเนื้อเพลงโรมันจินะครับ หาตัวคันจิยังไงก็หาไม่เจอก็เลยต้องมานั่งแกะคำที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดเอาเอง oTL
ปล. อัลบั้ม Diablolic Theater เป็น Fan Disc ของแฟนๆที่ชื่นชอบ Umineko ทำขึ้นมานะครับไม่ใช่ของ Official
 
 
 
 
 
Trickster (จอมลวงโลก)
 
Artist : iojjj
 
Album : Diabolic Theater
 
 
 

始めまして こんにちわ !

目くるめく ラビリンス

しいど閃きの国へよこそ

冴える視野 は そこの貴方 !

迎え撃つ は こにふたは !

覚悟は宜しいですか ?

さあ 顔上げて

 

hajimemashite konnichiwa !

mekurumeku LABYRINTHS

shido hirameki no kuni e yokoso

saeru sha wa soko no anata !

mukaeutsu wa koni futa wa !

kakugo wa yoroshii desuka ?

saa kao agete

 

สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก

เหล่าผู้คนที่ถูกวงกตปริศนาบังตาทั้งหลาย

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ดินแดนที่จะทำให้คุณตาสว่าง

เป้าหมายต่อไปที่สายตาคู่นี้กำลังจับจ้องอยู่ นั่นก็คือเธอที่อยู่ตรงนั้น !

ระวังตัวเอาไว้ให้ดีล่ะ ฉันกำลังจะไปหาเธอแล้ว !

เตรียมใจเอาไว้พร้อมหรือยัง ?

เอาล่ะ อีกไม่นานเราก็จะได้เผชิญหน้ากัน

 

 

 

燃え上がる炎 血も戻るは

 moe agaru honou  chi mo modoru wa

ความเร่าร้อนในใจกำลังลุกโชนขึ้นมา และเลือดในกายก็กำลังเดือดพล่านเช่นกัน

 

 

 

加速していく物語

神秘不可思議魔女幻想

暴いてみせるこの私 こそが探偵です

貴方の指を齧り

完備な時間真の嘘    

塗り替えて上げる 私の正義で

 

kasoku shiteiku monogatari

 shinpi fukashigi majou gensou

abaite miseru kono watashi  koso ga tantei desu

anata no yubi wo kajiri

kanbi na jikan makoto no uso

nurikaete ageru  watashi no seigi de

 

เรื่องเล่าขานที่เร่งเร้าให้เข้าไปค้นหาในครั้งนี้

คือปริศนาลึกลับที่เกิดจากภาพลวงตาของแม่มด

ฉันจะต้องเปิดโปงมันออกมาให้ได้คอยดูให้ดีเถอะ นี่แหละคือหน้าที่ของนักสืบ

ฉันจะกัดเธอไว้ไม่ปล่อยเลยล่ะ

เหล่าความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำหลอกลวง กำลังเฝ้ารอเวลาอันเหมาะสม

จะต้องถูกทาทับไปด้วยความถูกต้องของฉันเอง !

 

 

 

問い手差し上げます 絡みあった茨路

私が紡ぐ真実へよこそ

饒舌なる赤い敬意 冷酷なるわが主

愛があれば 赤い物が

みげて仕舞う

 

toi te sashiagemasu  karami atta ibara michi

watashi ga tsumugu shinjitsu e yokoso

chouzetsu naru akai keii  reikoku naru wagaaruji

ai ga areba  akaimono ga

migete shimau

 

หากมีคำถามอะไรจะโต้แย้งมาก็ขอให้ยกมือได้เลยค่ะ แต่หนทางนั้นเห็นทีจะลำบาก

เพราะดิฉันจะต้อนรับคำถามเหล่านั้นด้วยความจริงที่ไม่สิ้นสุดนี้เอง

 ต่อให้พูดมากเพียงใดก็ยังคงต้องยอมรับในความจริงสีแดง แม้ว่าจะเป็นเจ้าของเกมนี้ก็ตาม

ความรักที่แสนโหดร้ายและบ้าคลั่ง ทำให้สิ่งต่างๆถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน

แต่นั่นก็ทำให้ฉันมองเห็นจุดจบของเกมนี้แล้ว

 

 

 

埋め尽くしでやる 敗北のゲーム

umekushideyaru  haiboku no GAME

จากนี้ไปก็ขอให้คุณลองพยายามคิดจนถึงที่สุด  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเกมแห่งความพ่ายแพ้ก็ตาม 

 

 

 

加速していく EGOISM

支配せいふく 他出ふかの

虚実の海を漂って 見つけた結末

宝捜しは終わる 高潔な団 供題は

全てを暴き

全てを否定する !!

 

kasoku shiteiku EGOISM

shihai seifuku  dashutsu fuka no

kyojitsu no umi wo tadayotte  mitsuketa ketsumasu

takara sagashi wa owaru  kousetsu na dan tomo dai wa

subete wo abaki

subete wo hiteii suru !!

 

หรือเพราะความเห็นแก่ตัวของฉันกันแน่นะ ที่คอยเร่งเร้าให้เข้าไปค้นหา

รีบใส่เครื่องแบบแล้วออกไปเผชิญหน้าเธอ

เหล่าข้อมูลที่ล่องลอยอยู่ในระหว่างความจริงกับสิ่งลวง ทำให้ฉันมองเห็นฉากจบของเรื่องนี้

การค้นหาสมบัติได้สิ้นสุดลงแล้ว  จากพยานหลักฐานที่ได้รับมาจากเหล่าผู้ติดตามของฉัน

ทำให้ได้ข้อสรุปของเรื่องราวทั้งหมดนี้

ผลลัพท์ก็คือคำอธิบายของเธอจะต้องถูกปฏิเสธไปทั้งหมด !!

 

 

 

そして。。。(誰もいなくなった)

いなくなったの私  !!

 

soshite . . . ( dare mo inakunatta )

inakunatta no watashi !!

 

หลังจากนี้ . . . ( มีใครคิดที่จะหนีไปจากความจริงนี้บ้าง)

คิดหรือว่าจะหนีฉันคนนี้ไปได้ ! 

 

 

 

加速していく HEROISM

神秘不可思議魔女幻想

暴いて見せるこの私 こそが探偵です

貴方の為に再校の

真っ赤の物語差し出す

塗り替えて上げる 私の未来で

 

kasoku shiteiku HEROISM

shinpi fukushigi majou gensou

abaite miseru kono watashi  koso ga tantei desu

anata no tame ni saikou no

makka no monogatari sashidasu

nurikaete ageru  watashi no mirai de

 

   เพื่อที่จะเอาชนะเธอให้ได้ ฉันจึงกระโจนเข้ามาสู่เกมนี้

ปริศนาของแม่มดที่ยังคงเป็นภาพลวงตาอยู่

ฉันจะเปิดเผยทุกสิ่งออกมาให้ดูเดี๋ยวนี้ เพราะนั่นคือหน้าที่ของนักสืบ

ตำนานสีเลือดที่เธอตั้งใจจะปิดบังเอาไว้จนถึงที่สุดนั้น

ถึงเวลาที่จะต้องเผยความจริงแล้ว

โดยอนาคตของฉันจะกำหนดมันให้เอง !

 

ปล2.ที่จริงแปลเสร็จนานแล้วล่ะ แต่ขี้เกียจอัพลงบล๊อค oTL'' (ดองไว้ตั้งแต่ต้นเดือนเม.ยโน่น)

edit @ 30 May 2011 13:27:33 by Plue Nanaya

Umineko no naku koro ni - Kiri no Pithos (EP7 Openning)

posted on 14 Dec 2010 00:36 by rezenfa
เอนทรี่นี้ด้วยความขี้เกียจก็ไม่ขอพูดอะไรมากละกันนอกจาก....
- นี่คือเพลงเปิดของเกม Umineko ตอนที่ 7 : Requiem of the golden witch
- ความหมายอาจจะไม่สมบูรณ์ 100% เพราะผมยังไม่ได้เล่นเลย Foot in mouth 
- Pithos จากการไปขุดคุ้ยหาความหมายมาจากวิกิพีเดีย พบว่า มันคือ ไหที่สลักลวดลายในสมัยกรีกโบราณ ดังนั้นชื่อเพลงจึงแปลไปตามความเข้าใจของผมนะครับ (ปริศนาหมายถึงลวดลาย และ ไหก็สามารถอนุมานได้ว่าเป็นเกาะรคเคนจิมะ นะครับ แปลรวมๆก็จะได้เป็น ปริศนาแห่งเกาะรคเคนจิมะที่อยู่ในม่านหมอก)
Kiri no Pithos ( ปริศนาที่อยู่ในม่านหมอก )
Vocals : Kino Nei & Sakura Kanae
Lyrics : Sakura Kanae & E. Kida
Composition : Luck-Ganriki & Dai
Arrangement : Luck-Ganriki & Dai
その手に託されたモノ 今 雨の中に
寄り添えず彷徨う舟には 夢の続きがあるから
sono te ni takusareta mono  ima  ame no naka ni
yorisoezu samayou fune ni wa  yume no tsuzuki ga aru kara
มือคู่นี้ที่ซึ่งได้รับความเชื่อใจจากสิ่งๆหนึ่ง  ในตอนนี้อยู่ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ
เป็นเพราะความฝันที่ยังไม่สิ้นสุดลง  เรือลำนั้นจึงยังคงต้องล่องลอยอย่างไร้จุดหมายต่อไป
割で着飾った
It's a story of my love
凍てついた願い それさえも希望に変えて
bara te kikazatta
It's a story of my love
itetsuita negai  sore sae mo kibou ni kaete
ดอกกุหลาบที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามนั่น
คือสิ่งที่บอกเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของฉัน
บอกเล่าถึงความปรารถนาที่ถูกตรึงเอาไว้ รวมถึงความหวังที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
愛が視える サイゴの魔法(ファンタジー)
羽は眠りから目覚め 真実を見渡せる空へ
ai ga mieru  saigo no fantasy
hane wa nemuri kara mezame  shinjitsu wo miwataseru sora e
แต่เมื่อได้มองเห็นความรักนั้น  เวทมนตร์(ความฝันเฟื่อง)ที่คอยบังตาอยู่ก็สลายไป
เพียงแค่กางปีกที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้นมา  แล้วโบยบินไปยังท้องฟ้าก็จะได้เห็นความจริง
壊れた楽園の嘘は 今 時の果てに
色褪せた約束を見つめ 
身を委ねて落ちていく
kowareta rakuen no uso wa  ima  toki no hate ni
iroaseta yakusoku wo mitsume
mi no yudanete ochite iku
คำโกหกที่ทำให้สรวงสวรรค์ถูกพังทลาย ใกล้จะถึงจุดจบแล้วในอีกไม่ช้า
เพ่งพินิจถึงคำมั่นสัญญาที่เลือนรางให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
ฉันจึงยอมสละร่างกายนี้ เพื่อไปให้ถึงสิ่งที่ร่วงหล่นนั้นให้จงได้
もう 二度と目覚めない
" Dream of El Dorado "
誰かがそっと 夢の紡ぎ
雨が病む カケラたちが重なる
うみねこのなく頃に そう。。
The fog clears up
mou nido  to mezamenai
" Dream of El Dorado "
dareka ga sotto  yume wo tsumugi
ame go yamu  kakeratachi ga kasanaru
umineko no naku koro ni  sou..
The fog clears up
แม้ว่าจะยังไม่อยากตื่นจาก " ความฝันแห่งทองคำ " ที่สุกสกาวนี้
ซึ่งเป็นความฝันที่ถูกรังสรรค์โดยใครสักคนขึ้นมาอย่างเงียบๆ
แต่เมื่อลมฝนได้หยุดลง ชิ้นส่วนแห่งปริศนาอันซับซ้อนทั้งหลายได้มารวมตัวกัน
ในเมื่อยามสิ้นเสียงนางนวล
ม่านหมอกที่คอยบดบังอยู่ก็ได้มลายหายไปสิ้น
すべてを包む
サイゴの聖史劇(ミステリー)
眩い虚実の物語を誰が暴く?
subete wo tsutsumu
saigo no mystery
mabayui kyojitsu no monogatari wo dare ga abaku ?
สิ่งที่เธอเก็บซ่อนเอาไว้ในใจทั้งหมด
จะมีผู้มาทำให้บทละครที่แสนเศร้า(ปริศนา) ณ ที่แห่งนี้สิ้นสุดลง
เรื่องเล่าขานระหว่างความจริงที่มืดมิดกับสิ่งลวงที่เจิดจ้า กำลังจะถูกเปิดเผยโดยใครคนนั้นใช่ไหม?
永久に響け 奇跡の共鳴(ラプソデイ)
君は眠りから目覚め
幻想が真実へ
真実は幻想の中に秘めて。。。
towa ni hibike  kiseki no rhapsody
kimi wa nemuri kara mezame
gensou ga shinjitsu e
shinjitsu wa gensou no naka ni himete ...
เสียงสะท้อนที่ดังก้องไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด  เฝ้ารอคอยเสียงตอบรับ(คำพูดที่สวยหรู)จากปาฏิหาริย์
ที่จะช่วยปลุกตัวเธอให้ตื่นขึ้นมาจากความเพ้อฝัน เพื่อเดินหน้าไปสู่ความจริง
เป็นความจริงที่ถูกซ่อนอยู่ในความเพ้อฝันที่สร้างขึ้นมาเอง
 

Kalafina's TP [ Adore ]

posted on 02 Nov 2010 01:17 by rezenfa

ยะโฮ่ ~~~ กลับมาแล้วครับกับการแปลเพลงอีกครั้ง
 
 
ที่จริงแปลเสร็จนานมากกกกแล้วล่ะ ติดอยู่แค่ไม่มีเวลามานั่งอัพลงบล๊อค
 
 
 " ก็เอ็งมัวแต่ไปเล่นเกมไม่ใช่เรอะ ?? "
 
 
ใช่ครับ ผมมันแย่ ผมมันแพ้ได้แม้กระทั่งนักดาบ ทั้งๆที่เป็นไนท์แล้ว oTL
  
 
สั้นๆง่ายๆแต่ได้ใจความไปเลยก็แล้วกันนะ :p
 
 
 Adore เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลได้ว่า รักหรือตกหลุมรัก ก็ได้ ซึ่ง . . . เพลงนี้เป็นเพลงที่แปลได้ยากพอสมควร เนื่องจากไม่มีภาพให้คิดตามแบบเพลงที่ประกอบอนิเมอื่นๆที่ Kalafina ร้อง (เพลงหลักของซิงเกิ้ลนี้คือ Kagayaku sora no shijima ni wa ที่เป็น ED ของ Kuroshitsuji II) จึงต้องใช้การแปลที่ตรงตัวก่อน แล้วค่อยจิ้นเอาเองทีหลัง
 
 
" แล้วความหมายเพลงมันจะไม่เปลี่ยนเหรอวะ ?? "
 
 
นั่นสินะ คิดว่าคงมีเพี้ยนไปบ้างก็ขอความกรุณาท่านที่มีความรู้ทางด้านภาษาช่วยแก้ไขให้ด้วยนะครับ m(_ _)m

 

http://www.youtube.com/watch?v=a--rlhWm55M


Adore (เรื่องราวแห่งรัก)

Music - Kalafina

Lyric - Yuki Kajiura

 


見果てぬ夜明けのimage

二人の胸にソパラノを響かせて

やがて歓びの空

待ち受けるchorus

まるで愛のように光る


mihatenu yoake no image

futari no mune ni Soprano wo hibikasete

yagate yorokobi no sora

machiukeru Chorus

marude ai no you ni hikaru


ภาพตะวันยามรุ่งสางที่กำลังจะทอแสงนั้น

สะท้อนถึงความในใจของเราสองที่กำลังขับขานท่วงทำนองแห่งโซปราโน่ด้วยกัน

ประสานเสียงเพื่อรอต้อนรับฟ้าใหม่แห่งความอภิรมย์

ที่เป็นดั่งแสงนำทางไปสู่รักที่แท้จริง

 

 

かなしみの届かない

風の吹く場所がある

時を止めて

水になって

波の形も失くして

むすび会う


kanashimi no todokanai

kaze no fuku basho ga aru

toki wo tomete

mizu ni natte

nami no katachi mo nakushite

musubi au


ความเศร้าที่ไม่อาจเข้าถึงได้ของฉัน

ในตอนนี้ได้ถูกสายลมปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น

กลายเป็นสายธารที่หลอมรวมกันเป็นเกลียวคลื่น

ที่เข้ากันได้ในท้ายที่สุด

 

 

世界の嘆きを連れて

儚く甘く残酷な未来へと

蒼く逆巻く時のたてがみを駆る

貴方だけが

the one that I adore


sekai no nageki wo tsurete

hakanaku amaku zankoku na mirai he to

aoku sakamaku toki no tategami wo karu

anata dake ga

the one that I adore


ไม่รู้ว่าความโหดร้ายที่แสนอ่อนหวานนี้

จะนำพาอนาคตเช่นไรมาสู่โลกที่มีแต่ความกำสรวล

สิ่งที่รู้ก็คือต้องเดินหน้าต่อไปท่ามกลางคลื่นแห่งความมืดมนที่ถาโถมเข้าใส่

โดยมีเพียงเหตุผลเดียวที่คอยผลักดันฉันอยู่

ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะฉันตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว

 

 

どうしても叶わない

願いだけ分け合って

寂しさを見送って

貴方がここにいるから

生きている


doushite mo kanawanai

negai dake wake atte

sabishisa wo miokutte

anata ga koko ni iru kara

ikite iru


ได้แต่คอยมองอยู่ด้วยความรู้สึกที่เปล่าเปลี่ยว

ว่าทำไมความฝันของฉันนั้นถึงไม่เป็นจริงเสียที

แต่ก็เป็นเพราะเธอที่อยู่เคียงข้างตรงนี้

เข้ามาร่วมแบ่งปันคำอฐิษฐานซึ่งกันและกัน

ทำให้ฉันมีกำลังใจได้ก้าวเดินต่อไป

 


繋がる瞳のimage

二人の胸に透明なベルが鳴る

いつか終わりゆくもの

その中にだけ

永遠があるように


tsunagaru hitomi no image

futari no mune ni toumei na beru ga aru

itsuka owari yuku mono

sono naka ni dake

eien ga aru you ni


ภาพในยามที่สองเราสบตากัน

ทำให้เราได้มองทะลุถึงความในใจที่มีให้แก่กันได้ราวกับเป็นกระดิ่งที่โปร่งใส

แม้ว่าสักวันหนึ่งทุกสิ่งจะต้องจบลง แต่ความรู้สึกนั้นจะยังคงอยู่

เพราะสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจนั้นคือความเป็นนิรันดร์

 


見果てぬ夜明けは深く

眩しい夏のソパラノを響かせて

やがて空にはうたが

土に叫びは

まるで愛のように光る


mihatenu yoake wa fukaku

mabushii natsu no Soprano wo hibikasete

yagete sora ni wa uta ga

tsuchi ni sakebi wa

marude ai no you ni hikaru


แสงอรุณที่ยังไม่ปรากฎนั้นช่างล้ำลึก

ท่วงทำนองโซปราโน่ได้ดังสะท้อนอยู่ภายใต้ฤดูร้อนที่แสนเจิดจ้า

โดยที่หวังว่าในไม่ช้าเสียงเพลงแห่งท้องฟ้านั้น

จะดังกึกก้องลงมาถึงผืนดิน

เพื่อที่จะส่องทางนำไปสู่รักที่แท้จริง

 

 

อยากจะส่งเพลงนี้ให้ใครซักบ้างจังเลยนะ XD

Edit : ทำเป็นวีดิโอไม่ได้ ก็เลยต้องใส่ลิ้งค์แทน...

edit @ 2 Nov 2010 13:33:24 by Plue Nanaya

Kalafina's TP [ Sapphire ] !!

posted on 02 Sep 2010 17:59 by rezenfa

เฮ~~~ได้ฤกษ์แปลเสียทีนะเพลงนี้ ( /me โดนคนรีเควสให้แปลตบ  )

 

ต้องขอโทษด้วยที่ปล่อยให้ผ่านมาเสียเนิ่นนาน m(_ _)m ทั้งๆที่เป็นเพลงของ Kalafina แท้ๆ oTL''

 

สำหรับเพลงนี้ก็เป็นเพลง Cover ของซิงเกิ้ลที่ 7 ของ Kalafina นะครับ ( 7^th single : Hikari no Senritsu ) ธีมของเพลงนี้ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากไม่ได้ใช้ประกอบอนิเมหรือดราม่าใดๆ วิธีการแปลก็อาจจะตรงๆตัวหน่อยล่ะ เพราะไม่มี image ให้นึกภาพตาม แต่ก็จะพยายามใช้ภาษาไทยให้สละสลวยที่สุดครับ

 

Sapphire ( อัญมณีสีคราม , ไพลิน )

Music : Kalafina - Wakana , Keiko , Hikaru

Lyrics : Yuki Kajiura

 

 

こいびとの

白い手のひらに一粒

落ちた sapphire

 

koibito no

shiroi te no hira ni hitotsubu

ochita  sapphire

 

อัญมณีสีครามที่ร่วงหล่นลงสู่ฝ่ามือที่ซีดเซียวของบุคคลอันเป็นที่รักนั่น

 

 

慰めに触れた

夜に生まれて来た

無垢な雫が

光になる

 

nagusame ni fureta

yoru ni umarete kita

muku na shizuku ga

hikari ni naru

 

คือหยดน้ำที่ใสบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน

เต็มไปด้วยความปลอบประโลม

ที่ก่อกำเนิดขึ้นมาจากความมืดมิด

จนกลายเป็นแสงสว่างในที่สุด

 

 

哀しみさえ貴方の手で

蒼い宝石に変わるの

甘い吐息  古い嘆き

全て飲み干してくれたら

側にいるわ

 

kanashimi sae anata no te de

aoi houseki ni kawaru no

amai toiki  furui nageki

subete nomihoshitekuretara

soba ni iru wa

 

แม้แต่ความเศร้าโศกก็จางหายไปได้ด้วยมือของเธอ

อัญมณีสีครามได้เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ

ทั้งการถอนหายใจที่ขมขื่นและการคร่ำครวญถึงเรื่องเก่าๆ

เพชรเม็ดนั้นได้ดื่มด่ำกับสิ่งเหล่านั้นไปจนหมด

เพียงแค่เธออยู่ข้างกายฉันเท่านั้นเอง

 

 

冷たい果実

吐息のように

零れて行く

 

tsumetai kajitsu

toiki no you ni

kobore te iku

 

ผลไม้(ใบหน้า)ที่แสนเย็นชา

ที่เคยถอนหายใจอยู่เรื่อยมา

ก็ได้เผยใบหน้าที่แท้จริงให้เห็น

 

 

愛に触れた胸の中に

貴方が残した光は

暗い闇へ降りる路も

蒼く照らし出す  sapphire

夜の中で

 

ai ni fureta mune no naka ni

anata ga nokoshita hikari wa

kurai yami e oriru michi mo

aoku terashidasu   sapphire

yoru no naka de

 

ความรักทีเปี่ยมล้นอยู่ภายในจิตใจนี้

คือแสงสว่างที่เธอหลงเหลือเอาไว้ให้

อัญมณีสีครามนั้นช่วยเปิดหนทางให้ฉันได้ออกจากความมืดมน

รวมทั้งชี้ทางให้ก้าวเดินต่อไป

ภายในยามค่ำคืน

 

 

ก็ . . . . อย่างที่เห็นล่ะนะ :p

 

/me เผ่นให้ไวว่อง

 

 

 

กลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วสำหรับเพลงที่ 2 ในรอบ 2 วันติดกัน !!

 

(ท่าจะว่างมากนะเอ็งน่ะ)

 

ก็เออสิฟะ ตูว่างส์มวาก !!  จนถึงได้มานั่งแปลเพลงได้ต่อเนื่องนี่ไงล่ะ

 

สำหรับเพลงนี้ก็ยังไม่พ้นมาจากเรื่อง Umineko นะครับ แต่คราวนี้ไม่ใช่ทั้ง OP หรือ ED แต่เป็น Image song ที่เป็นทั้งเพลงประกอบฉากและประกอบตัวละครที่เกี่ยวข้องกับฉากนั้นๆครับ

 

ในอัลบั้ม Rokkenjima in Love นั้นจะประกอบไปด้วย 9 เพลงด้วยกัน ซึ่งเพลง Entreat นี้เป็นเพลงสุดท้ายพอดีและเป็นเพลงที่ผมชอบความหมายที่สุดอีกด้วย เพราะมันสื่อถึงความรู้สึกของตัวละครนี้ได้เป็นอย่างดี ทั้งในการแสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกที่แสนเศร้าประกอบกับความโหยหาบุคคลที่เป็นที่รักที่สุด แต่ไม่สามารถแสดงออกมาตรงๆได้ ต้องเก็บเอาไว้ในใจ จนถึงเวลาที่ต้องเปิดเผยออกมาก็เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของ Ushiromiya Ange ที่เป็นเจ้าของ Image song นี้ (ใครที่เล่นเกมหรือติดตามชมอนิเมจะทราบได้ว่าแองเจรู้สึกยังไง ตอนที่ผมแปลเพลงนี้ผมยังอยากจะร้องไห้เลย  )

 

เอาเป็นว่าอย่ามัวเสียเวลากันเลยนะพวกเธอว์ เชิญรับชมรับฟังได้เลยครับ

 

หมายเหตุ : ลำบากน่าดูกว่าจะแปลเพลงนี้ได้ เพราะเนื้อร้องโรมันจิหายากมากกกก  แล้วก็ไม่มีเนื้อคันจิให้       ก๊อปจนต้องมาแกะแล้วพิมพ์เองใน word ก่อนเอามาลงนี่ล่ะ :p

 

 

Entreat ( คำอ้อนวอน )

Album : Rokkenjima in Love ( Image song : Ushiromiya Ange )

Vocals : Natsukawa Yuko

Lyrics : Misawa Aki

Composition & Arrangement : Onoken

 

幸せを閉じ込めた    ガラス越しの

開く眼に映るのは      遠い遠い思い出語り

 

shiawase wo tojikometa    garasu-goshi no genei

hirakume ni utsuru no wa     tooi tooi omoidegatari

 

เงาแห่งภาพลวงตาซึ่งอยู่ภายในกระจกแก้ว     ได้บดบังความสุขไปจนหมดสิ้น

ยามที่ฉันลืมตาขึ้นมา  สิ่งที่ได้รับรู้นั้นก็คือข่าวลือที่ได้ฟังมาจากที่ที่ไกลแสนไกล

 

 

乾いた地面にたった一粒

落ちた涙    影も残さず

 

kawaita jimen ni tatta hitotsubu

ochita namida  kage mo nokosazu

 

เมื่อรู้สึกตัวว่าฉันกำลังยืนอยู่คนเดียวบนผืนดินที่ว่างเปล่านี้

หยดน้ำตาก็ได้ไหลรินออกมา  ตกลงสู่เงาที่ทอดยาวอยู่บนพื้นนั้น

 

 

跡形もなく吸い込まれて  笑顔も言葉も零れてくだけよ

心を無くし  私はまだ  何も知らなくて

 

atokata mo naku suikomarete     egao mo kotoba mo koboreteku dake yo

kokoro wo nakushi   watashi wa mada   nani mo shiranakute

 

เธอนั้นได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย   หลงเหลือแต่เพียงรอยยิ้มและคำพูดที่ยังคงอยู่

พร้อมกันนั้นหัวใจของฉันก็หล่นหายไป   เพราะยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

 

 

絶え間なく聞こえてた   胸に秘めた慟哭

凍てつくような風の中   闇に投げた体捨てて

 

taemanaku kikoeteta     mune ni himeta doudoku

itetsuku youna kaze no naka     yami ni nageta karada sutete

 

ใจดวงนี้ได้เก็บงำความรู้สึกที่เศร้าโศกเอาไว้     แล้วคอยรับฟังสิ่งต่างๆเรื่อยมา

คงเป็นเพราะในสายลมที่พัดผ่านนั้นช่างหนาวเหน็บ     ฉันจึงได้ตัดสินใจสละร่างกายนี้เพื่อกระโจนเข้าสู่ความมืดมิด

 

 

乾いた地面にたった一枚

落ちた翼  時を貫く

 

kawaita jimen ni tatta ichimai

ochita tsubasa   toki wo tsuranuku

 

ปีกทีค่อยๆร่วงโรยลงสู่พื้นดินที่แห้งเหือด

คอยเร่งเร้าให้ฉันต้องรีบทำสิ่งที่ตัดสินใจแล้วให้สำเร็จก่อนที่จะสายเกินไป 

 

 

長い眠りは終わりを告げ   錆びて歪んだ真実を砕く

全てを取り戻すため  今  ひとり闘うよ

 

nagai nemuri wa owari wo tsuge     sabite yuganda shinjitsu wo kudaku

subete wo torimodosu tame   ima   hitori tatakau yo

 

จุดจบที่ใกล้เข้ามานั้นคอยย้ำเตือนให้ตื่นจากความฝันที่ยาวนาน     เพราะความเป็นจริงนั้นได้ถูกบิดเบือนจนเป็นสนิมและพร้อมที่แหลกสลายได้ทุกเวลา

เพื่อที่จะนำสิ่งต่างๆทั้งหมดนั้นกลับคืนมา     ในตอนนี้ฉันจึงต้องต่อสู้เพียงคนเดียวต่อไป

 

 

甘い霧に囲まれた   そこはあなたの居場所じゃない

ずっと呼んでいた声が  聞こえるでしょう?

 

amai kiri ni kakomareta     soko wa anata no ibasho janai

zutto yonde ita koe ga     kikoeru deshou?

 

ถึงตัวเธอซึ่งติดอยู่ท่ามกลางม่านหมอกอันแสนอ่อนหวาน  ฉันจะบอกกับเธอว่า " นั่นไม่ใช่ที่อยู่ของเธอหรอกนะ "

เสียงที่คอยร่ำร้องของฉันเรื่อยมานั้น   เธอได้ยินมันบ้างไหม?

 

 

届くことない指先でも   私が望んだ真実を見せて

焼け付くような痛みだけが  明日を切り開くなら

全てを無くしても構わないから  お願い

 

todoku koto nai yubisaki demo     watashi ga nozonda shinjitsu wo misete

yaketsuku youna itami dake ga     asu wo kirihiraku nara

subete wo nakushite mo kamawanai kara     onegai

 

ถึงจะรู้ว่าแค่เพียงปลายนิ้วของฉันก็ไม่อาจสัมผัสถึงตัวเธอได้   แต่ฉันก็ยังขอวิงวอนเพื่อให้เธอได้มองเห็นความจริง

นั่นเป็นหนทางเดียวที่จะนำพาวันพรุ่งนี้กลับมาให้เรา  แม้ว่ามันจะสร้างความเจ็บปวดที่แผดเผาตัวฉันก็ตาม    

เพราะฉันไม่ต้องการที่จะรับรู้ว่าตัวฉันนั้นได้สูญเสียทุกสิ่งไปหมดแล้ว   ได้โปรดเถอะนะ

 

 

どうか帰ってきて   きっと私のもとに

 

douka kaette kite     kitto watashi no moto ni

 

โปรดกลับมาหาฉัน   ในที่ที่ฉันรอเธออยู่อย่างแน่นอน

 

 

ปล.แองเจเป็นตัวละครที่ผมชอบรองลงมาจากป้าเบีย และเป็นคาแรคเตอร์น้องสาวที่ผมชอบที่สุดเลยล่ะ =w=)b 

 

 

ปปล.แก้ความหมายที่ตีความผิดแล้วนะ =w= (ไม่ได้มีคนเตือน แต่ลองไปนึกถึงบริบทของแองเจใหม่ เลยรู้สึกว่ามันผิด ประกอบกับดูเนื้อหาภาษาอังกฤษแล้ว มันก็ดูใกล้เคียงกว่าน่ะ เลยต้องปรับใหม่) 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 27 Aug 2010 15:46:50 by Plue Nanaya

หลังจากที่ปรับปรุงบล๊อคอย่างง่ายๆเสร็จแล้ว เราก็จะกลับเข้าสู่การแปลเพลงอีกครา

 

สำหรับเพลงในครั้งนี้แน่นอนว่าไม่พ้นเพลงอนิเมอีกเช่นเคย ซึ่งในครั้งนี้เพลงที่ผมจะนำเสนอนั้นมาจากอนิเมที่มีชื่อว่า Umineko no naku koro ni (แว่วเสียงนางนวล หรือที่เรียกกันๆเล่นในการแปลตรงตัวแบบไทยๆก็คือแว่วเสียงแมวน้ำ นั่นเอง (ฮา)) ผมเชื่อว่าหลายๆคนที่เป็นคออนิเมคงรู้จักกันดีนะครับ 

 

(อะไรนะ ? ตะกี้บอกว่าไม่รู้จักงั้นหรือ !! งั้นก็ไปหามาดูซะเซ่ !!!  )

 

ผมคงไม่มานั่งพรีวิวเนื้อเรื่องให้นะ เพราะนี่คือบล๊อคแปลเพลง !! แต่ถ้ามีท่านใดสนใจจริงๆก็ติดต่อสอบถามผมโดยตรงเลยก็ได้ครับ ผมจะได้แนะนำให้ทุกท่านรู้จักเอง

 

งั้นจะมัวรอช้าอยู่ใย ไปฟังเพลง+ดูเนื้อร้องและคำแปลกันเลย !

 

หมายเหตุ : กรุณาอ่านการรับชมคำแปลนะครับ 

 

เนื่องจากเนื้อร้องที่มีให้เห็นด้วยตานั้น จะมีบางคำที่แสดงถึงตัวแทนความหมายอยู่ ซึ่งจะมีคำว่า yami , hito และ sacrifice a sheep to a god ที่ในการออกเสียงร้องเพลงจะออกเสียงตามนั้น แต่คำเหล่านี้จะเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงความหมายที่แท้ที่จริงที่ปรากฎเป็นตัวคันจิในเนื้อร้องจริงๆอีกที ดังนั้นคำแปลที่ใส่วงเล็บเอาไว้ข้างหลังคำดังกล่าวจะเป็นคำแปลที่แท้จริงนะครับ อาจจะรู้สึกว่ามันน่ารำคาญนิดๆ แต่เพื่อทำให้คำแปลของเพลงนั้นสมบูรณ์เต็มร้อย จึงต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย m(_ _)m

 

 

 

La divina tragedia ~Makyoku~

 

( The divine tragedy ~Magic Tune~)

 

โศกนาฏกรรมอันศักดิ์สิทธิ์

 

Song & Lyric - JIMANG

 

この夜がおわり 我わ何を求む

追憶わ残酷に   嘲笑うわ. . .

 

kono yoru ga owari   ware wa nani wo motomu

tsuiyoku wa zankoku ni   azawarau wa . . .

 

ราตรีนี้ได้จบลงแล้ว แต่ข้ายังคงต้องการสิ่งใดอีกนะ

ในเมื่ออดีตที่รำลึกได้นั้นมีเพียงเสียงเยาะเย้ยอันแสนโหดร้ายทารุณ . . .

 

ハ ハ ハ ハ ハ !!

 

闇を切り裂く欲望  拒むなかれ愛しい者よ  

逝ける場所なき欲望 最後の狂宴よ

我心を引き裂く欲望  叶えたまへ愛しい魔物よ

赦されなき欲望       今宵愚者共を汝に贈ろう

 

yami wo kirisaku Oh ! desire (yokubou)      kobamu nakare itoshii hito yo

ikeru basho naki Oh ! My prayers     saigo no utage yo

yami (wagakokoro) wo hikisaku Oh ! desire     kanae tama e itoshii hito (mamono) yo

yurusare naki Oh ! desire     Sacrifice a sheep to a god (koyoi gusha tomo wo nanji ni okurou)

 

ความปรารถนาของข้าที่จะฉีกกระชากความมืดให้เป็นชิ้นๆ   จนมิอาจละเว้นได้แม้กระทั่งบุคคลอันเป็นที่รัก

คำอฐิษฐานของข้าที่ไร้จุดหมายนี้   เป็นดั่งจุดสิ้นสุดของงานฉลองแห่งความบ้าคลั่ง

ความปรารถนาของข้าที่จะแบ่งความมืด(หัวใจ)ออกเป็นสองนั้น   ทำให้คำอฐิษฐานที่จะนำคนรัก(วิญญาณ)กลับมานั้นเป็นจริงขึ้นมาได้

ความปรารถนาที่ไม่สามารถให้อภัยได้นี้   ทำให้ราตรีนี้ข้าจักต้องสังเวยมนุษย์ผู้โง่เขลาสองคนให้แก่ท่าน

 

この夢が終わり 汝は何を想ふ

憐れみの詩歌 蔑みの微笑

追想は永遠に 廻るだけ

 

kono yume ga owari     une wa nani wo omofu

awaremi no uta     sagesumi no bishou

tsuisou wa eien ni     meguru dake

 

ความฝันนี้ได้จบลงแล้ว     แต่เธอยังคงรู้สึกถึงมันได้สินะ

บทเพลงที่แสนน่าเวทนา     ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มราวกับจะเย้ยหยันกัน

ความทรงจำเหล่านั้นยังคงโอบล้อมข้าเอาไว้อย่างไม่มีวันจบ

 

魔力を崇める欲望 拒むなかれ愛しい物よ

往ける場所なき欲望 奇跡の狂宴よ

恐れ戦く欲望 探したまへ愛しい童よ

諦めなき欲望 今宵好餌を汝に贈ろう

 

yami (maryoku) wo agameru Oh ! desire     kobamu nakare itoshii hito (mono) yo

ikeru basho naki Oh ! my soul     kiseki no utage yo

yami (osore) onomoku Oh ! desire     sagashi tama e itoshii hito (warabe) yo

akirame naki Oh ! desire     sacrifice a sheep to a god (koyoi kouji wo nanji ni okurou)

 

ความปรารถนาของข้าที่จะยอมสยบให้แก่ความมืด(เวทมนตร์)   จนมิอาจละเว้นได้แม้กระทั่งบุคคลที่ใกล้ชิด(สิ่งของ)ข้า

จิตวิญญาณของข้าซึ่งไร้ที่สิงสู่นี้   เป็นดั่งปาฏิหาริย์แห่งงานฉลองที่แสนคลุ้มคลั่ง

ความปรารถนาแห่งข้าที่สั่นสะท้านอยู่ภายใต้ความมืด(ความกลัว)นั้น   ได้เฝ้าค้นหาความรัก(เด็ก)เมื่อกาลก่อน

เพื่อความปรารถนาของข้าที่ยังไม่อาจละทิ้งซึ่งความหวัง   ทำให้ค่ำคืนนี้ข้าจักต้องสังเวยมนุษย์ผู้ลุ่มหลงให้แก่ท่านอีกครา

 

さあ 神秘の成就さ

saa   shinpi no joujusa

จงปรากฎแก่ข้า ! เหล่าชิ้นส่วนที่จะมาเติมเต็มปริศนาทั้งมวล !!

 

地獄を切り裂く欲望 鳴く事ながれ愛しい生贊よ

生ける場所なき欲望 誓いの狂宴を

绝望を愛でる欲望 抗いたまへ愛しい未来よ

誰が...為の欲望 今宵褒美を汝に贈ろう

 

yami (jigoku) wo kirisaku Oh ! desire     naku koto nakare itoshii hito (ikenai) yo

ikeru basho naki Oh ! the man of sorrows     chikai no utage wo

yami (zetsubou) wo mederu Oh ! desire     aragai tama e itoshii hito (mirai) yo

dare ga . . . tame no Oh ! desire     sacrifice a sheep to a god (koyoi houbi wo nanji ni okurou)

 

ความปรารถนาของข้าที่จะฉีกกระชากความมืด(นรก)ออกเป็นชิ้นๆ   ส่งเสียงก้องคำรามด้วยความโศกให้กับมนุษย์ผู้เสียสละ

บุรุษผู้กำสรวลซึ่งไร้ที่พักพิงนี้   จักให้คำสาบาน ณ งานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

ความปรารถนาของข้าที่เกิดจากความเลื่อมใสในความมืด(ความสิ้นหวัง)   ได้กล่อมเกลามนุษย์ทั้งหลายเพื่อมุ่งสู่อนาคต  

สุดท้ายแล้วความปรารถนานี้ มีไว้เพื่อใครกันแน่นะ   แต่เมื่อยามรัตติกาลมาถึง ข้าก็ต้องน้อมถวายบรรณาการให้แก่ท่านต่อไป

 

ปล.ที่จริงในตอนแรกใส่คำว่า โอ้ อยู่ข้างหน้าของแต่ละท่อนที่มีคำว่า ความปรารถนา ด้วย (ตามเนื้อร้อง Oh ! desire) แต่เห็นแล้วมันรู้สึกแปลกๆจึงต้องขอตัดทิ้งไปนะครับ

 

  

 


 


 

 


 

 

 

 

 

 

edit @ 23 Aug 2010 21:26:41 by Plue Nanaya

Intermission

posted on 23 Aug 2010 17:33 by rezenfa

ขณะนี้ข้าพเจ้ากำลังจะทำการปรับปรุงบล๊อคที่แสนธรรมดา(หรือห่วยวะ??)นี้ใหม่ เพื่อที่จะได้รองรับกับการแปลเพลงในครั้งต่อๆไปให้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้แขกผู้มาเยี่ยมทุกท่านได้รับความสะดวกสบายทางสายตา (บอกตามตรงว่าเหนื่อยและท้อมากกับการใช้ CSS ก็เลยปล่อยเลยตามเลยไม่ได้มาดูแลเท่าที่ควร oTL )

 

สุดท้ายนี้ทางข้าพเจ้าก็พยายามปรับปรุงให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงการแปลเพลงและใช้ภาษาไทยให้สละสลวยยิ่งขึ้น เพื่อให้ตรงตามความหมายของตัวอักษรและความรู้สึกของตัวละครในเรื่องนั้นๆ (เพลงส่วนใหญ่ที่ผมแปลจะเป็นเพลงอนิเมหรือเกมที่ผมเล่นอยู่) ถ้าหากมีข้อผิดพลาดประการใดๆ ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

 

ปล.เพลงเก่าๆที่เคยแปลแล้วก็ยังมีส่วนที่ต้องแก้ไขอยู่พอสมควร เอาไว้ถ้ามีเวลาจะกลับมาแก้ไขใหม่ครับ

เนื่องจากวันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้ แผ่น Blu-ray DVD ของ Fate / Unlimited Blade Work ที่ออกเป็นหนังโรงกำลังจะออกวางแผงแล้ว ผมเลยคิดว่าสมควรแก่เวลาที่จะแก้ไขคำแปลของเพลง OST. นี้ให้มันถูกต้องสมบูรณ์กว่าครั้งแรก (แน่นอนว่าผิดเยอะมาก เพราะไม่มีความรู้ทางด้านไวยากรณ์มากนัก oTL) ซึ่งในครั้งนี้ก็ใช้ซับ Eng เข้าช่วย และสุดท้ายนี้ก็คงจะผิดพลาดน้อยลงล่ะนะ

Imitation ( สิ่งจอมปลอม ) Lyrics: Yoshika Keita Vocals: Tainaka Sachi  

 

辿りついた夢の果てで 人は何を想うのだろう

tadoritsuita yume no hate de hito wa nani wo omou no darou

อยากรู้จริงๆนะว่าคนเราจะรู้สึกอย่างไร เมื่อได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดแห่งความฝัน

やがて来るその時 僕はどんな顔をしているのか

yagate kuru sono toki boku wa donna kao wo shiteiru no ka

ยามที่ได้รับรู้ว่าความฝันนั้นจบลง ฉันจะแสดงใบหน้าแบบไหนออกมากันนะ ?    

もしも誰かに 裏切られても 必要とされなくても

moshimo dareka ni uragirarete mo hitsuyou tosare nakute mo

ถึงจะต้องถูกหักหลัง หรือไม่มีใครต้องการฉันแล้วก็ตาม

忘れはしない 自分自身が 選んだこと

wasure wa shinai jibun jishin ga eranda koto

ฉันก็จะไม่มีทางลืมว่านี่คือทางที่ฉันเลือกเดิน !    

偽りの夢だって 叶えてみせる

itsuwari no yume datte kanaete miseru

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความฝันที่จอมปลอม แต่ฉันก็คิดว่าจะทำให้มันเป็นจริงได้

 

今はまだ 笑われてもいいさ

ima wa mada wara warete mo ii sa

ไม่ว่าตอนนี้จะมีใครหัวเราะเยาะอยู่ก็ไม่เป็นไร

 

綺麗事だとしても 目指したいんだ

kireigoto da toshite mo mezashitainda

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นฝันที่โง่งม ฉันก็ยังต้องการที่จะไปให้ถึงมัน

 

今はまだ 彼方だけれど きっと偽物は 本物に変わるだろう

ima wa mada kanata da keredo kitto nisemono wa honmono ni kawaru darou

จากจุดนี้ ปลายทางนั้นยังคงอยู่อีกแสนไกล แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ลวงหลอกนี้จะต้องกลายเป็นจริงได้ในซักวัน     

 

過ぎていった夢の痕(あと) 人に鉄の強さくれた

sugite itta yume no ato wa hito ni tetsu no tsuyosa kureta 

สิ่งที่หลงเหลือจากความฝันที่ผ่านพ้น จะเป็นแรงผลักดันให้มนุษย์แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า

 

やって来たあの時 僕は自分だけ救えなかった

yatte kita ano toki boku wa jibun dake sukuenakatta

เมื่อเวลานั้นมาถึง สุดท้ายก็เป็นตัวฉันเองที่จะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใด  

 

いつか誰かに 巡り逢っても 名前すら告げられない

itsuka dareka ni meguriatte mo namae sura tsugerarenai

และหากวันใดวันหนึ่งฉันได้พบใครสักคนเข้า ฉันก็จะไม่สามารถเอ่ยนามของตัวเองให้เธอฟังได้อีก

 

思い出すのは 宝石のような 眩しい姿

omoi dasu no wa houseki no you na mabushii sugata

เพราะสิ่งที่จะยังคงหลงเหลืออยู่ในใจเธอจะเป็นเพียงความทรงจำที่ส่องประกายดั่งอัญมณีแค่เพียงเท่านั้นเอง 

偽りの夢だから 悔やんだけれど

itsuwari no yume dakara kuyanda keredo

ฉันเริ่มรู้สึกอาลัยอาวรณ์ กับความฝันที่แสนโง่เง่านี้

 

今はもう 答えを得たから

ima wa mou kotae wo eta kara

เพราะตอนนี้ฉันได้รับคำตอบแล้วว่า....

 

絵空事だからこそ 抱き続けた

esoragoto dakara koso idaki tsuzuketa

สิ่งที่ฉันหวังเอาไว้นั้นไม่มีวันที่จะเป็นจริง

 

今はもう 微かだけれど きっとはじめから 真実はここにあった

ima wa mou kasuka da keredo kitto hajime kara shinjitsu wa koko ni atta

ถึงจะเริ่มทำไปทีละเล็กทีละน้อยอย่างไร  ก็ไม่อาจเลี่ยงความจริงที่อยู่ตรงหน้านี้ไปได้  

まるで奇跡のよう 響き合った言葉

maru de kiseki no you hibiki atta kotoba

แต่แล้วก็มีคำพูดดังก้องเข้ามาดั่งปาฎิหาริย์ออกมาจากภายในจิตใจ

 

間違いじゃない それだけで 溢れだす

machigai ja nai sore dakede afuredasu

" ไม่ผิดแน่นอน " เสียงที่เอ่อล้นออกมาได้บอกว่ามีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่ฉันต้องทำต่อไป !  

 

偽りの夢だって 叶えてみせる

itsuwari no yume datte kanaete miseru

ความฝันที่เป็นเหมือนดั่งการเสแสร้งทำนั้น ฉันจะทำให้มันเป็นจริงให้ได้

 

今はまだ 笑われてもいいさ

ima wa mada wara warete mo ii sa

แม้ตอนนี้จะถูกหัวเราะเยาะก็ไม่เป็นไร

 

綺麗事だとしても 目指したいんだ

kireigoto da toshite mo mezashitainda

ถึงแม้ว่ามันจะสิ่งที่เพ้อฝันเอามากๆ แต่ฉันก็ยังยืนยันที่จะไขว่คว้ามันมา

 

今はまだ 彼方だけれど きっと偽物は 本物に変わるだろう

ima wa mada kanata da keredo kitto nisemono wa honmono ni kawaru darou

จนถึงตอนนี้หนทางนั้นยังทอดอยู่อีกยาวไกล แต่สุดท้ายแล้วฉันจะทำสิ่งที่หลอกลวงนี้ให้กลายเป็นความจริงได้อย่างแน่นอน !

 

edit @ 17 Aug 2010 00:59:13 by Plue Nanaya

Kalafna's TP [ Red Moon ] !

posted on 06 Jun 2010 02:51 by rezenfa

ความจริงแล้วเพลงนี้...เริ่มแปลตั้งแต่วันเกิดตัวเองละ แต่เพิ่งจะมาแก้ไขเมื่อไม่กี่วันมานี้ (เพราะขี้เกียจ 555) พยายามจะไม่ให้เลยเดือนมิถุนายนนี่ล่ะ ไม่งั้นมันจะไม่เข้าอารมณ์เพลง :)

เอาจริงๆว่านี่เป็นเพลงที่แปลยากมากเพลงหนึ่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะการเข้าถึงอารมณ์ของเพลง และคำศัพท์ที่ใช้เป็นตัวแทนสัญลักษณ์ถึงสิ่งต่างๆ ซึ่งผมจินตนาการตามไม่ออก oTL แต่ก็พยายามถึงที่สุดแล้วล่ะ 

ความหมายโดยรวมของเพลงนี้ก็จะประมาณว่า " รักที่ไม่อาจสมหวังได้ด้วยเหตุผลบางประการ ทั้งๆที่ก็ยังรักกันอยู่ " (หรือใครที่เห็นผมแปลผิดจนความหมายไม่ใช่แบบนี้ ก็ช่วยท้วงหน่อยนะ -.-)   

สุดท้ายนี่ก็ต้องขอบอกว่า ต้องกลับมาใส่คำแปลแบบเดิม เพราะการใส่คำแปลทีละแถวนั้น ทำให้ผมติดการใส่ความหมายที่ตรงบรรทัดเกินไป จนแสดงความหมายของเพลงได้ไม่เต็มร้อย ดังนั้นถ้ายังผิดๆถูกๆก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย m(_ _)m

Red Moon (Track 1)

Music by Kalafina

Lyric by Yuki Kajiura

 

手を伸ばして君に触れたとき
高い音符が胸の中にひとつ
暮れ行く空 二人で見つめた
どこまでも続く世界が
呼んでいた 

te o nobashite kimi ni fureta toki

takai onpu ga mune no naka ni hitotsu

kureyuku sora futari de mitsumeta

doko made mo tsuzuku sekai ga

yondeita

เราสองคนซึ่งอยู่บนโลกไร้ที่สิ้นสุด

ในตอนนี้กำลังมองท้องฟ้ายามพลบค่ำด้วยกัน

มือของฉันที่ยื่นออกไปหาตัวเธอ

สัมผัสได้เพียงโน้ตดนตรีเสียงสูงที่อยู่ในใจของเธอเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

ฟังดูราวกับกำลังเพรียกหาถึงบางสิ่ง

 

恋に落ちて痛みを知り
人は人になれるのだろう
君が泣いた夜の向こう
響き渡る時のシンバル

koi ni ochite itami o shiri

hito wa hito ni nareru no darou

kimi ga naita yoru no mukou

hibikiwataru toki no shinbaru

ความรักที่ร่วงหล่นนั้นทำให้รู้สึกเจ็บปวด

เป็นสิ่งที่ผู้คนต่างคุ้นเคยและรู้จักมัน

ในอีกฟากหนึ่งแห่งยามค่ำคืน เธอเองก็ร่ำไห้อยู่เช่นกัน     

 และนั่นก็เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความรู้สึกของเธอที่ส่งผ่านมายังฉัน

 

この空に描く二人の運命(カルマ)
愛の歌を奏でるときっと信じて
赤い月の涙 静かな音楽
生きて行こう
光を分け合うように

kono sora ni egaku futari no karuma ga

ai no uta o kanaderu to kitto shinjite

akai tsuki no namida shizuka na ongak

uikiteyukou

hikari o wakeau you ni

ยฟ้าถึงได้ขีดเขียนชะตากรรมของเราสองคนให้เป็นเยี่ยงนี้

บทเพลงแห่งรักที่เราสองคนเคยร่วมกันบรรเลงด้วยความเชื่อมั่น

กลายเป็นเพียงเสียงดนตรีอันแผ่วเบาที่เฉิดฉายอยู่ภายใต้หยาดน้ำตาแห่งจันทราสีแดง

แต่ถึงกระนั้นชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

อยู่ร่วมภายใต้แสงจันทร์เดียวกัน

 君の声が呼んでくれたから
はじめての願いが生まれたようで
その手を取り 見果てぬ空まで
六月の赤い月影
追いかけて

kimi no koe ga yondekureta kara

hajimete no negai ga umareta you de

sono te o tori mihatenu sora made

rokugatsu no akai tsukikage

oikakete

เป็นเพราะเสียงของเธอที่เรียกหา

ทำให้ความปรารถนาอันแรงกล้าได้เริ่มก่อตัวขึ้นมา

ภายใต้เงาจันทร์แห่งเดือนเมถุน

มือของเราสองกุมกันอย่างแนบแน่น และเดินไปสู่ขอบฟ้าที่ไม่มีจุดจบ

ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เราเฝ้าไขว่คว้ามาตลอด

 

生まれ堕ちた涙の海
人は何度叫ぶのだろう
潰えた夢、影の中に
光あれと
響けアレルヤ

umareochita namida no umi

hito wa nando sakebu no darou

tsuieta yume, kage no naka ni

hikari are to

hibike areruya

ทะเลแห่งหยดน้ำตาที่เริ่มไหลรินออกมา

จะเกิดขึ้นอีกสักกี่ครา ในชีวิตของมนุษย์อย่างเรา

เพราะความฝันที่พังทลาย ภายในเงาที่ต้องแสงจันทร์

ฉันจึงต้องร่ำร้องออกมาด้วยความสรรเสริญใช่ไหม

 

生きて行く、ただそれだけの運命(カルマ)
喜びより苦しみを呼ぶのはどうして
夢見るのはいつも静かな音楽
君と眠る彼方へ届くように

ikiteyuku, tada sore dake no karuma ga

yorokobi yori kurushimi o yobu no wa dou shite

yume miru no wa itsumo shizuka na ongaku

kimi to nemuru kanata e todoku you ni

ชีวิตที่ยังเหลืออยู่ต้องดำเนินต่อไป โดยที่ไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าทำไมโชคชะตาที่ได้รับนั้น

จึงเรียกร้องหาแต่ความทุกข์ระทมมากกว่าความสุขความยินดี

เสียงดนตรีอันแผ่วเบาก็ยังคงบรรเลงโดยมิจางหายไปจากความฝันที่ยังหลงเหลืออยู่

ภาพแห่งความฝันที่ส่งผ่านมาก็คือเธอที่กำลังนอนหลับอยู่ข้างกายฉันนั่นเอง

 

君に触れたとき
初めてのうたが世界に生まれた

kimi ni fureta toki

hajimete no uta ga sekai ni umareta

ยามที่ฉันสัมผัสได้ถึงตัวตนของเธอ

บทเพลงบทใหม่ก็ได้เริ่มบรรเลงขึ้น บนโลกที่กำลังถือกำเนิดใหม่

 

砕け落ちた夏の中に
響き渡る嘆きの歌
恋も夢もいつか消えて
それでもまだ届かぬ声 

kudakeochita natsu no naka ni

hibikiwataru nageki no uta

koi mo yume mo itsuka kiete

sore demo mada todokanu koe

ในฤดูร้อนที่กำลังจะจบสิ้น และร่วงโรยผ่านไปตามกาลเวลานั้น

คำตอบของบทเพลงแห่งคำอธิษฐานก็ได้ส่งกลับมาหาฉัน

คำกล่าวนั้นบอกไว้ว่าทั้งความรักและความฝัน จักต้องจางหายไปในสักวัน

โดยที่ไม่ว่าฉันจะพยายามร่ำร้องสักเพียงใดก็ไม่มีทางที่จะมีใครได้ยิน

 

汚れた手で花を喰らい
君と共に生きるのだろう
滅びの夢 時の向こう
聞こえるでしょう
遠いアレルヤ

yogoreta te de hana o kurai

kimi to tomo ni ikiru no darou

horobi no yume toki no mukou

kikoeru deshou

tooi areruya

ถึงแม้ว่ามือคู่นี้จะต้องแปดเปื้อนมีมลทิน จนกลืนกินได้กระทั่งดอกไม้

ก็ขอให้เธอได้รับรู้ว่าความรู้สึกที่ฉันมีให้เธอนั้น เป็นสิ่งที่มีตัวตนอยู่จริง

เธอจะได้ยินไหมนะ เสียงร่ำร้องสรรเสริญที่กู่ก้องออกมา

ณ อีกฟากหนึ่งของกาลเวลา ในความฝันที่กำลังสูญสิ้น

 

この空にたった一度だけでいい
愛の歌を響かせて (ほむら)のように
溢れ出すよ 激しく静かな音楽
赤い月は夢を見る
最後の空

kono sora ni tatta ichido dake de ii

ai no uta o hibikasete homura no you ni

afuredasu yo hageshiku shizuka na ongaku

akai tsuki wa yume o miru

saigo no sora

ภายใต้นภาผืนนี้ ฉันขอร่ำร้องพรรณนาอีกสักคราคงไม่เป็นไรใช่ไหม

เพื่อส่งต่อบทเพลงแห่งรักที่กำลังลุกโชติช่วงดั่งเปลวเพลิงให้ดังกังวานไปยังตัวเธอ

สิ่งที่เอ่อล้นออกมานั้นเป็นบทเพลงที่เงียบงัน แต่ครานี้แฝงไปด้วยความร้อนแรง

ที่บนปลายฟ้าแห่งนั้น

นวลจันทร์สีชาดยังคงเฝ้ามองหาความฝันต่อไป

 

จบแล้ว !! มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างก็เชิญติชมได้ตามสบายเลยนะครับ จะได้นำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

 

ปล.รอพบกับเพลง Sapphire ได้เร็วๆนี้  << (ใครก็ไม่รู้สั่งมา ให้ตูแปล ;  w ;)

 

edit @ 28 Jun 2010 16:14:24 by Plue Nanaya

edit @ 28 Jun 2010 16:19:05 by Plue Nanaya

edit @ 28 Jun 2010 16:22:49 by Plue Nanaya

Kalafina's TP [ Kyrie ] !!!

posted on 21 Apr 2010 23:41 by rezenfa

 <object width=

Kalafina 2nd Album Track 6 : Kyrie ( God )

 

五月の吐息に触れて

gogatsu no toiki ni furete

สัมผัสได้ถึงลมหายใจของเดือนห้า

安らぎ囀(さえず)る空の中

yasuragi saezuru sora no naka

ที่บนฟากฟ้านั้นมีเสียงร้องที่ฟังแล้วรู้สึกสงบอยู่

ツグミの呼び声

tsugumi no yobigoe

เป็นเสียงเรียกร้องที่มาจากนกน้อยเหล่านั้น

果てまで響いていた

hate made hibiiteita

ดังสะท้อนอยู่ ณ ปลายทาง


 

翳ろう瞳の中に

kagerou hitomi no naka ni

ภายในดวงตาอันมืดมิดนี้

祈りと慰めを見つけた

inori to nagusame o mitsuketa

ต้องการที่จะไขว่คว้าคำภาวนาและสิ่งที่ทำให้ลืมความเศร้าโศก

沈黙の中で生まれた

chinmoku no naka de umareta

อันเป็นต้นกำเนิดแห่งความเงียบงันที่อยู่ภายในจิตใจ

歌のように

uta no you ni

ที่กำลังเริ่มขับขานบทเพลงอยู่ขณะนี้



Kyrie 

 

追憶の木霊(こだま)するその庭に

tsuioku no kodama suru sono niwa ni

ที่สวนแห่งนั้น สิ่งที่สะท้อนให้เห็นทำให้นึกถึงอดีตที่ผ่านพ้น

貴方の声が響くから

anata no koe ga hibiku kara

เป็นเสียงของเธอที่ดังก้องออกมา

時の中を彷徨う

toki no naka o samayou

ซึ่งในเวลานี้ยังคงล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย

 

Kyrie eleison

 

呟く泉のほとりで恋した

tsubuyaku izumi no hotori de koi shita

ริมฝั่งของน้ำพุ ที่เคยมีเสียงรำพึงแต่เพียงผู้เดียวว่ารัก

嘆きの園には

nageki no sono ni wa

ณ สวนแห่งความโศกเศร้า

今はもう誰もいない

ima wa mou dare mo inai

ในตอนนี้ไม่มีใครอยู่อีกต่อไป

 

[kanta iria sali
amirsidi samia mia
kamia tora miser i
silia samii]

 

貴方の記憶の中の

anata no kioku no naka no

ภายในความทรงจำของเธอ....

一番幸せな場所まで

ichiban shiawase na basho made

สถานที่ที่สามารถมอบความสุขให้ได้มากที่สุด

茨の小径を

ibara no komichi o

อยู่บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม

二人で行けたのに

futari de yuketa no ni

ที่ในคราวนี้เราสองคนจะฝ่าฟันไปด้วยกัน

 

Kyrie

 

魂に刻まれた静けさを

tamashii ni kizamareta shizukesa o

ดวงวิญญาณซึ่งถูกแกะสลักด้วยความสงบเงียบนั้น

恋するように歌うから

koi suru you ni utau kara

ได้ถูกเติมเต็มด้วยเสียงเพลงแห่งรัก

時の中を運んで

toki no naka o hakonde

และก้าวเดินไปข้างหน้าตามกาลเวลา

 

Kyrie

 

追憶の木霊(こだま)するその庭に

tsuioku no kodama suru sono niwa ni

ที่สวนแห่งนั้น สิ่งที่สะท้อนออกมาทำให้นึกถึงอดีตที่ผ่านพ้น

光を歌う鳥達と

hikari o utau toritachi to

เป็นแสงสว่างที่ได้รับมาจากเสียงร้องอันไพเราะของนกตัวน้อยๆเหล่านั้น

貴方の影が眠る

anata no kage ga nemuru

ซึ่งได้กล่อมเงาของเธอให้เข้าสู่ห้วงนิทราได้ในที่สุด

 

Kyrie Eleison

 

อัพคราวนี้ไม่มีอะไรจะพูดมากซักเท่าไหร่ (ขี้เกียจก็บอกมาเหอะ) แต่ก็ช่วงท้ายก็ต้องบอกกันซักหน่อยเกี่ยวกับคำว่า  " Kyrie Eleison " ( กีรีเอ เอเลอีซอน) คำๆนี้เป็นภาษากรีก ซึ่งแปลว่า Lords , have mercy (หรือบางทีจะใช้คำว่า God ก็ได้) เป็นคำสวดที่ใช้กันในผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายออโธด็อกซ์  ความหมายที่ใช้ในเพลงผมก็จะทับศัพท์ไปเลยไม่ทำการแปล เนื่องจากมันเป็นเหมือนคำที่ใช้คอรัสมากกว่า  

ส่วนเรื่องอารมณ์เพลง....ในการแปลครั้งนี้ผมก็ยังไม่สามารถแปลให้สมบูรณ์ตามความหมายได้ทั้งหมด แต่ก็น่าจะพอไปได้ล่ะมั้งนะ -3-~~

 

edit @ 22 Apr 2010 02:17:27 by Plue Nanaya